BREAKFAST AT TIFFANY’S : ทรูแมน คาโพที

สำหรับคนที่ติดฝนอยู่ที่บ้านหรือที่ทำงาน สายฝนไม่ต่างจากกรงขังที่ทำให้เราต้องหยุดชะงักกลางคันแม้ใจเราจะโบยบินไปไกลถึงร้านเนื้อย่างแล้วก็ตาม ดังนั้นจึงขอแนะนำ…

Breakfast at Tiffany’s

แม้กรงขังทองคำก็มิอาจจองจำใจฉันได้

ผู้เขียน : ทรูแมน คาโพที (Truman Capote)

จำนวนหน้า (เฉพาะเนื้อหา) : 89 หน้า

เหมาะกับใคร? : สาวรุ่น,สาวเฟี้ยว,สาวชิค,สาวคูลที่ต้องการหาอะไรสั้นๆอ่านยามว่าง

ระดับความยาก : 2/10

ระดับความสนุก : 8/10

ระยะเวลาในการอ่าน : อ่านรวดเดียวจบคิดว่าประมาณ 2 ชั่วโมง / อ่านแบบค่อยๆซึมซับประมาณ 1 วัน

OLYMPUS DIGITAL CAMERA

จุดสังเกตในหนังสือ : ความหมายของชื่อมิสฮอลิเดย์ โกไลต์ลี,ร้านทิฟฟานีส์,รูปสลักเทพเจ้า,กรงนก,เจ้าแมว,เฟร็ด,เหรียญนักบุญคริสโตเฟอร์

OLYMPUS DIGITAL CAMERA


ความเห็น :

สำหรับเราแล้วคิดว่ามื้อเช้าที่ทิฟฟานีส์เป็นวรรณกรรมคลาสสิกอ่านง่ายที่เหมาะกับผู้เริ่มต้นเป็นนักอ่านเลยก็ว่าได้ แม้เนื้อเรื่องจะเรียบเรื่อย ไม่มีจุดพีค จุดไคลแมกซ์ ไม่มี 3 องก์เหมือนนิยายทั่วไปแต่ก็ไม่ได้น่าเบื่อชวนง่วงอะไรนัก ตรงกันข้ามกลับรู้สึกเพลิดเพลินในการอ่านเป็นที่สุด อาจเป็นเพราะความน่าสนใจในตัวมิสฮอลิเดย์ก็ได้ที่มีชีวิตอิสระไร้กฎเกณฑ์จนทำให้เราไม่อาจคาดเดาตอนต่อไปหรือตอนจบได้เลย ต้นเรื่องเราจะรู้สึกว่าผู้หญิงคนนี้มีอะไรน่าค้นหา แต่พอกลางเรื่องจู่ๆเปลือกของเธอก็ถูกลอกออกมาจนหมดเสียเฉยๆทั้งที่เราเดาเอาไว้ว่าผู้เขียนคงจะเก็บอดีตของเธอไว้เป็นจุดพีคแต่ก็ไม่ใช่อีก 555 แล้วก็ยังพบว่าเธอยังคงคาดเดาไม่ได้อีกเช่นเคยไปตลอดทั้งเรื่องตั้งแต่ต้นจนจบเหมือนขนนกที่ปลิดปลิวลอยตามลมไร้จุดหมาย เหมือนตัวมิสฮอลิเดย์อยากจะถามเรากลับว่า ‘คุณรู้อดีตของฉันแล้วยังไงต่อเหรอ? ฉันก็ไม่ได้จะปกปิดนี่นาและก็ไม่แคร์อยู่แล้วว่าคุณจะคิดยังไง’ บอกตามตรงว่านี่เป็นอะไรโดนใจเรามากๆ เธอยืนหยัดในความเป็นเธอและไม่ยอมให้ใครอื่นมามีอิทธิพลหรือขัดขวางการสยายกางปีกของเธอได้เลย หากในตอนสุดท้ายเธอก็ได้แสดงความอ่อนแอออกมาในที่สุดเพียงเพราะแมวไร้ชื่อตัวหนึ่งที่เธอเลี้ยงไว้ เราว่ามันเป็นฉากที่เรียบง่ายแต่ทำให้เราจุกได้เลยเหมือนกัน พออ่านไปก็ได้แต่คิดว่าคุณทรูแมนนี่ช่างเก่งอะไรอย่างนี้นะ! แล้วเราคงจะหาหนังสือเค้าอ่านอีกเรื่อยๆ ขอถวายตัวเป็นแฟนคลับเลยค่ะ


สัญญะและความหมาย :

  • มิสฮอลิเดย์ โกไลต์ลี : ชื่อของฮอลลีถ้าเขียนตรงตัวเป็นภาษาอังกฤษคือ Holiday Golightly ซึ่ง Holiday ก็คือวันหยุด หรือการพักร้อน การถูกปลดปล่อยเป็นอิสระจากการงานเคร่งเครียด ส่วนนามสกุลแยกออกได้เป็น Go-lightly คือ เรื่อยเปื่อยสบายๆ ไม่ถูกเร่งรัดหรือผูกมัดด้วยเงื่อนไขใดๆ ยิ่งคำพ่วงชื่อสกุลขงเธอที่มักลงท้ายด้วยในนามบัตรหรือป้ายชื่อบนกล่องไปรษณีย์นั่นคือ “อยู่ระหว่างเดินทาง” ยิ่งขับเน้นความเป็นอิสระ อยู่ไม่ติดที่ ไม่อาจทนถูกจองจำ ณ ที่ใดที่หนึ่งได้
  • รูปสลักไม้ : รูปแกะสลักของชนเผ่ามักโยงถึงเทพเจ้าตามความเชื่อ ดูเหมือนคาโพทีอยากจะอธิบายตัวตนของฮอลลีว่ามีอยู่เหมือนไม่มีอยู่เฉกเช่นเดียวกับเทพเจ้าที่ไม่เคยมีใครมองเห็น แต่อาศัยการเล่าปากต่อปาก อาศัยความเชื่อมาแต่ช้านานทั้งที่ไม่รู้ว่ามีตัวตนอยู่จริงๆหรือไม่ ทุกอย่างดูจะคลุมเครือไปหมด ตัวละครแวดล้อมทุกตัวในเรื่องหรือแม้แต่ตัวผู้เล่าเองก็ไม่เคยจะรู้อะไรแน่ชัดเวลาพูดถึงฮอลลี ไม่รู้ว่าฮอลลีอยู่ที่ไหน กำลังคิดหรือทำอะไร ส่วนใหญ่ล้วนมาจากการคาดเดาทั้งนั้น
  • กรงนก : ตัวแทนของการถูกจองจำ กรงนกถูกพูดถึงตั้งแต่ต้นเรื่องแล้ว แม้แต่ตัวฮอลลีเองก็ยังพูดถึงพวกสัตว์ในกรงว่าเธอทนเห็นพวกมันถูกขังไม่ได้ แค่มองยังทำใจไม่ได้เลย ยิ่งตอกย้ำความรักอิสระของฮอลลีมากขึ้นไปอีก
  • เจ้าแมว :  “เจ้าขี้เกียจไม่มีชื่อ ไม่ค่อยสะดวกเหมือนกันที่ไม่มีชื่อน่ะ แต่ฉันไม่มีสิทธิ์อะไรไปตั้งชื่อให้มัน มันต้องรอจนกว่ามันเป็นของใครสักคนหนึ่ง เราแค่มาเจอกันริมแม่น้ำวันหนึ่งเท่านั้น เราไม่ได้เป็นของกันและกัน มันเป็นอิสระ ฉันก็ด้วย”breakfast at tiffanys letterbox_1
    ฮอลลีไม่ตั้งชื่อแมวและไม่เรียกชื่อจริงของผู้เล่าเรื่องด้วยชื่อของเขาแต่เรียกเขาด้วยชื่อ ‘เฟร็ด’ ซึ่งเป็นชื่อพี่ชายของตนแทนเพียงเพราะเหตุผลว่าเขาดูคล้ายพี่ชายของเธอ ตรงนี้ก็ยิ่งตอกย้ำซ้ำๆมากขึ้นไปอีกว่าฮอลลีไม่อยากจะมีพันธะกับใครหรือสิ่งใดเลย เราพบกันแค่เพียงผ่าน แม้แต่เฟอร์นิเจอร์ในห้องก็น้อยชิ้น ทุกอย่างถูกเก็บไว้ในกระเป๋าเดินทางเหมือนเป็นสัญญาณบ่งบอกให้รู้ว่าเธอพร้อมจะจากที่ๆเธออาศัยอยู่ไปได้ทุกเมื่อ
  • ร้านทิฟฟานีส์ : “มันทำให้ฉันสงบลงได้ทันที ความเงียบและท่าทีสง่างามของมัน ไม่มีอะไรแย่ๆเกิดขึ้นกับคุณที่นั่นได้หรอก ถ้าเจอสถานที่ที่ทำให้ฉันรู้สึกได้เหมือนกับทิฟฟานีส์นะ ฉันจะซื้อเฟอร์นิเจอร์แล้วตั้งชื่อแมว”


    การที่ฮอลลีเปรียบเทียบความเป็นของกันและกันด้วยทิฟฟานีส์ช่างเป็นอะไรที่ขัดแย้งกันอย่างสิ้นเชิง เพราะทิฟฟานีส์เป็นบริษัทห้างร้าน ไม่ได้เป็นที่อยู่อาศัยหรือแหล่งที่จะพักพิงได้เหมือนบ้าน ราวกับตัวเธอเองก็รู้ตัวเองอยู่แล้วว่าสถานที่นั้นไม่มีอยู่จริง เฉกเช่นตัวเธอที่ไม่อาจถูกใครแสดงความเป็นเจ้าของได้ตลอดไป

  • เหรียญนักบุญคริสโตเฟอร์ : นักบุญคริสโตเฟอร์เป็นนักบุญผู้พิทักษ์รักษานักเดินทาง และอีกอย่างมันคือเหรียญจากทิฟฟานีส์ซึ่งฮอลลีเชื่อว่าเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ของเธอ ในคำตามท้ายบท คุณจีรวัฒน์ สัควัฒนะ ได้อธิบายไว้ว่า เหรียญนั้นเป็นทั้งตัวแทนของผู้ที่ “อยู่ระหว่างการเดินทาง” ซึ่งนั่นคือฮอลลี และเป็นตัวแทนของสถานที่ในอุดมคติของเธอที่ซึ่ง “ความเป็นของกันและกัน” จะเป็นไปได้

haHULz59jdG4OVmqHjZ01z7HEit


เกร็ดเล็กเกร็ดน้อย :

  • หนังสือเล่มนี้มีภาพยนตร์ชื่อเดียวกันด้วยนะ อย่างที่หลายคนทราบดีกันอยู่แล้ว สามารถหาดูได้ที่ Netflix มีซับไทยและความคมชัดระดับ HD แม้จะมีการเปลี่ยนแปลงบทให้เน้นไปที่รักโรแมนติกไม่เหมือนกับในหนังสือเลยก็ตามแต่ก็เป็นหนังที่ทำให้ยิ้มได้ตลอดทั้งเรื่อง ป.ล. ออเดรย์ เฮปเบิร์นสวยมากจริงๆ สวยอมตะนิรันดร์กาลมากๆ บ้าไปแล้ววววว
  • เพลง Moon River ซึ่งเป็นซาวน์แทร็กของหนังขับร้องโดยตัวออเดรย์เอง สวยแล้วยังเก่งรอบด้านอีกต่างหาก มีให้ดาวน์โหลดที่ iTunes ในราคาเพียง 15 บาทเท่านั้น เอาไว้เปิดคลอระหว่างอ่านก็ได้อารมณ์ไปอีกแบบ
  • ทรูแมน คาโพที เป็นเพื่อนสนิทของฮาร์เปอร์ ลี ผู้เขียน To kill a mockingbird วรรณกรรมเยาวชนอันโด่งดังเลื่องชื่อระดับโลก
  • ภาพยนตร์ Capote (2005) เป็นภาพยนตร์ชีวประวัติของคาโพที นำแสดงโดย ฟิลิป ซีมัวร์ ฮอฟฟ์แมน เนื้อหาของเรื่องพูดถึงช่วงที่ทรูแมน คาโพที กำลังหาข้อมูลสำหรับงานเขียนชิ้นหนึ่ง ซึ่งภายหลังจะกลายเป็นงานชิ้นสำคัญ เรื่อง In Cold Blood (1965)
  • ออเดรย์ เฮปเบิร์น ในบทบาทของมิสฮอลิเดย์ โกไลต์ลี กลายเป็น A Cultural Icon หรือภาพจำทางวัฒนธรรมของโลกในฐานะตัวแทนของความชิคๆคูลๆไปเลยเพราะภาพยนตร์เรื่องนี้ ด้วยชุดกระโปรงรัดรูปสีดำหรือ a little black dress ยี่ห้อ Givenchy ถุงมือสีดำยาวเท่าศอก คอประดับด้วยโช้กเกอร์ไข่มุก มือคีบบุหรี่ก้านยาว ทำให้เธอกลายเป็นขวัญใจของสาวหลายๆคนทุกยุคทุกสมัย ทั้งชิคทั้งคูลเลยจริงๆ
  • ทิฟฟานี่ สาวตาหวานแห่งวงเกิร์ลส์เจเนเรชั่นเองก็ดูเหมือนจะปลื้มออเดรย์ เฮปเบิร์น อยู่เช่นกัน