เกาหลีสั้นๆ ภาค 1

2 Min. READ :

บทความนี้เขียนขึ้นเพื่อเก็บเป็นคลังข้อมูลสำหรับงานเขียนนิยายของเราซึ่งได้จากการดูสารคดีและอ่านหนังสือเป็นจำนวนมาก พบเห็นบางอย่างที่มีประโยชน์และน่าสนใจจึงได้เก็บรวบรวมเอาไว้เผื่อว่าจะเป็นประโยชน์แก่นักเขียนนิยายหรือฟิคชั่นคนอื่นๆด้วย หากต้องการให้คำแนะนำเพิ่มเติมสามารถแจ้งกับเราในทวิตเตอร์ได้ค่ะ

  • ในเกาหลี คนที่จะได้ความเคารพมากที่สุดคือคนที่อยู่ในลู่ทาง พวกเค้าไม่สามารถแสดงความอ่อนแอออกมาได้ตรงๆ มักมีความหมกมุ่นอยู่ตลอดชีวิตของการทำงาน การสร้างผลงาน การทำงานอย่างยากลำบากและเหน็ดเหนื่อย

OLYMPUS DIGITAL CAMERA          Processed with VSCOcam with g3 preset

  • โซลไม่ได้ถูกเลือกให้เป็นเมืองหลวงเพราะแม่น้ำฮันอย่างเดียวเท่านั้น แต่ถูกเลือกเพราะว่าฮวงจุ้ย หรือ ชี่ ภูมิศาสตร์ของลม พลังงาน คือ ฮวง และ น้ำ คือ จุ้ย ‘BENJAMIN JOINAU’ นักมานุษยวิทยากล่าว โซลถูกล้อมรอบด้วยภูเขา และเมื่อลมพัดผ่านภูเขาสู่พระราชาจะเกิดพลังอำนาจไปทั่วทิศทางของประเทศ นี่เป็นการเลือกสถานที่ตั้งอย่างระมัดระวัง ปราณีตและละเอียดอ่อน อีกทั้งภูเขายังช่วยปกป้องพวกเค้าจากศัตรูด้วย ไม่ใช่แค่เรื่องสัญลักษณ์อย่างเดียวเท่านั้น
  • ความเปลี่ยนแปลงทุกอย่างเริ่มตั้งแต่ตอนตกเป็นอาณานิคมของญี่ปุ่น การที่ป้อมถูกทำลายแม้เป็นเรื่องน่าเศร้าแต่ก็มีผลให้เมืองเปิดรับการขยายตัว ก่อกำเนิดถนนหนทาง การสร้างสถานีรถไฟ โครงสร้างใหญ่ต่างๆได้เปลี่ยนแปลงเมืองไปอย่างสิ้นเชิง นำพาความเจริญเข้ามาอย่างกะทันหัน ทำให้คนเกาหลีในปัจจุบันไม่ได้พึ่งฮวงจุ้ยเพียงอย่างเดียวอีกต่อไปแล้ว
  • สงครามส่งผลกับเมืองมากพอสมควร พวกเค้าปล่อยวางอดีตกับแล้วเดินหน้าใหม่ แต่ก็มีความสัมพันธ์ที่แปลกกับอดีตกาลเหมือนกับอยากจะลบความขมขื่นออกไป พวกเค้าไม่ชอบพูดถึงอดีต ไม่ต้องการแม้จะนึกถึง มักจะมีปฏิกิริยาต่อต้านอย่างรุนแรงหากมีใครยกเอาอดีตมาพูดอย่างไม่สนใจใยดี

OLYMPUS DIGITAL CAMERA

  • มีการตั้งนโยบายให้คนเข้ามาที่โซลเพื่ออยู่อาศัยในอพาร์ตเมนท์เพราะว่าคนจะเริ่มอาศัยอยู่ในตึกสูง เมื่อมีการเข้ามาอยู่อาศัยนั่นหมายถึงโอกาสในการพัฒนาบริเวณรอบข้างด้วย
  • โรงเรียนดีๆถูกย้ายไปทางใต้ของแม่น้ำ ชนชั้นสูงที่มีลูกอยู่ในวัยเรียนจะต้องตามไปเพราะลูกๆจะเข้าเรียนได้แค่ละแวกนั้น ครอบครัวเหล่านี้จะย้ายเข้าไปในบริเวณกังนัมที่จะต้องอยู่ในตึกสูงโดยไม่มีทางเลือก  ปรากฎการณ์นี้เกิดขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ
  • เขตกังนัมเริ่มหนาแน่นเป็นพิเศษ เมื่อตอนปลายยุค 70
  • คนเกาหลีมีรูปแบบชีวิตที่เร่ร่อน ผู้คนย้ายบ้านกันบ่อยๆในโซล คนไม่รู้สึกยึดติดกับละแวกของพวกเค้าเหมือนเมืองอื่นๆ นี่บ่งบอกถึงลักษณะนิสัยที่เปิดรับสิ่งใหม่ๆได้ง่าย ถ้าคุณไปเกาหลีจะสังเกตว่าแม้แต่ผู้เฒ่าผู้แก่ของที่นั่นก็ยังใช้สมาร์ทโฟนกันเป็นว่าเล่น พวกเขาไม่ปิดกั้นเทคโนโลยีหรือความเจริญใดใด พร้อมจะปรับตัวหากมันนำพาให้ประเทศก้าวหน้า หากมันทำให้ชีวิตความเป็นอยู่ดีขึ้นกว่าเก่า
  • ทำไมคนเกาหลีกินเยอะ? ใครที่เคยไปเกาหลีต้องเคยประสบปัญหาเดียวกับเราแน่คือปริมาณอาหารนั้นมากเกินไป อาหารทุกจานจะมีขนาดใหญ่แต่คนเกาหลีก็กินหมดเกลี้ยง นั่นเป็นเพราะเมื่อหลายสิบปีก่อนสงครามทำให้พวกเค้าแร้นแค้นไม่มีอะไรจะกิน ดังนั้นจะเห็นได้ว่าไม่ว่ากิจกรรมไหนจะต้องมีการกินเกี่ยวข้องด้วยเสมอ

    วิธีสุภาพในการทักทายคนโดยเฉพาะคนแก่ให้ถามว่า กินข้าวแล้วรึยัง?

  • เหมือนกับพวกเค้าต้องการจะหยุดความอดอยากเพื่อให้มั่นใจว่าทุกคนมีอาหารมากพอ ทุกคนจะถามแบบนี้กันจนติดเป็นนิสัย
  • ความยากจนสำหรับชาวเกาหลีเป็นเรื่องน่าอาย ยากจะยอมรับ เพราะทำให้นึกถึงความทรงจำที่เจ็บปวดมาก แม้ว่าคุณจะจน คุณก็จะต้องไม่แสดงมันออกมา

    ภาพลักษณ์ เป็นสิ่งที่สำคัญมากในเกาหลี การสื่อให้เห็นว่าคุณมีกินมีใช้เป็นสิ่งสำคัญ

  • รถ เป็นสัญลักษณ์แสดงฐานะด้วยเหมือนกัน เป็นสิ่งที่แสดงให้ทุกคนรู้ว่าพวกเค้ารวยแม้ว่าพวกเค้าจะไม่ได้รวยจริงๆก็ตาม
  • การขโมย เป็นสิ่งที่แทบไม่เกิดขึ้นในเกาหลี (แต่ไม่ได้หมายความว่าไม่มีเลย) เพราะถ้าคุณขโมยก็หมายความว่าคุณจน เราเคยทำกระเป๋าเงินตกในร้านอาหารที่เกาหลี ไปเดินเล่นเป็นชั่วโมงแล้วเพิ่งนึกได้ กลับไปถามที่ร้าน ร้านก็เก็บไว้ให้ รู้สึกประทับใจมาก
  • คนเกาหลีมักจะไม่ค่อยพูดความรู้สึกของพวกเค้า จะไม่พูดว่าฉันไม่มีความสุขหรือฉันหิว เก็บความรู้สึกไว้ แต่จะเลือกสื่อออกมาอย่างอ้อมๆ ไม่ได้สื่ออย่างตรงไปตรงมา
  • คนไม่ชอบการอัดเสียงตัวเองที่นี่ คุณจะเห็นบ่อยๆในละครว่าพวกเค้าชอบการส่งข้อความมากกว่า
  • ทางเดินข้างทางที่แคบๆ เกิดจากการที่ขุนนางหรือชนชั้นสูงปรากฎตัวขึ้นในชุมชนแล้วทุกคนจำเป็นต้องหยุดเพื่อทำความเคารพ ชาวบ้านจึงสร้างบ้านไว้ใกล้ๆกันเพื่อหลบ เช่นกรณีของคนที่ขี่ม้าอยู่ก็ยากที่จะลงจากม้ากะทันหัน จึงเลือกหลบในซอกแทน
  • ผู้น้อยกว่าต้องหันตัวออกจากโต๊ะทุกครั้งเวลาดื่มเหล้า สาเหตุที่หันตัวดื่มเพราะว่าการมองผู้สูงกว่าตรงๆจะเป็นการท้าทายอำนาจ ทำให้เกิดความไม่พอใจ
  • การรินเหล้าจำเป็นต้องให้ผู้น้อยกว่ารินเหล้าให้เราเพราะการรินเหล้าให้ตัวเองหมายถึงคนที่ไม่มีเพื่อน ไม่มีคอนเนคชั่น ฉะนั้นการสังสรรค์อย่างสุดเหวี่ยงหลังเลิกงานไม่ใช่เรื่องของการผ่อนคลายอย่างเดียวแต่ยังเป็นการเชื่อมต่อกับผู้คนด้วย